Projector มีไว้ทำอะไร? แล้วจะใช้งานอย่างไรให้ถูกวิธี?

Projector คืออะไร?

Projector เป็นเครื่องฉายภาพที่มีลักษณะการทำงานคล้ายกับโรงภาพยนตร์ โดยแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ เครื่องเล่นProjector และจอภาพ โดยเครื่องเล่นจะทำหน้าที่ในการรับสัญญาณภาพมาจากอุปกรณ์ต้นทาง เช่น คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค โทรทัศน์ เป็นต้น เพื่อฉายลงบนจอภาพ ผ่านการเชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณ HDMI Projector หรือเครื่องฉายภาพในปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้มีฟังก์ชั่นการทำงานที่มากกว่าแค่การฉายภาพลงบนจอ

Projector ที่มาพร้อมความละเอียด Full HD 1920×1080 pixels พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เล่นไฟล์ภาพยนตร์ วิดีโอ เพลง และภาพได้ด้วยฟังก์ชั่นการทำงานแบบอัตโนมัติ หลอด LED ให้ความสว่างที่สบายตา ไม่ส่งผลเสียแม้ใช้งานเป็นเวลานาน รองรับการรับชมไฟล์ภาพแบบสามมิติ พร้อมแว่นตาเพื่อการรับชมที่สมบูรณ์แบบ

Projector สามารถรองรับการทำงานได้อย่างครบครัน ทั้งการทำงาน การพรีเซ็นเทชั่น การเรียน บรรยายงานวิชาการ และความบันเทิงส่วนตัวภายในบ้านได้อย่างง่ายดาย รองรับการเล่นไฟล์หมากหลายชนิด ติดตั้งการทำงานง่ายที่สุดแม้มือใหม่ก็ใช้ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ให้สีสันสดใสทุกมุมมอง พร้อมความละเอียด 1024×768 pixels รูปลักษณ์สวยงาม สีสันสดใสให้เลือกหลายสี ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง

Projector ใช้งานอย่างไรให้ถูกวิธี ?

การใช้งาน Projector จะต้องต่อสายสัญญาณต่างๆ ระหว่างคอมพิวเตอร์กับ Projector ให้เรียบร้อยก่อนที่จะเสียบปลั๊กเปิดเครื่อง เพื่อความปลอดภัยของ Projector และคอมพิวเตอร์ของคุณ เนื่องจากการต่อสายสัญญาณต่างๆหลังจากที่เปิดเครื่องแล้วอาจจะทำให้ Port หรือจุดต่อสัญญาณของ Projectorและคอมพิวเตอร์ของคุณเสียหายได้ถ้าหากมแรงดันไฟฟ้า ระหว่างกราวด์ของคอมพิวเตอร์และ Projector ต่างกัน

การพักหรือเบรคระหว่างการประชุม การปิดเครื่อง Projector เพื่อประหยัดอายุหลอดเป็นความคิดที่ผิด เนื่องจากในระหว่างการเปิดเครื่องจะต้องใช้ไฟฟ้าแรงดันสูงกว่าในขณะที่หลอดสว่างเต็มที่ดังนั้นการเปิดเครื่องระหว่างที่หลอดยังร้อนอยู่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่หลอดภาพเสื่อมก่อนเวลาอันสมควร ดังนั้นในกรณีที่ต้องการพักการประชุมเป็นเวลาสั้นๆ แนะนำให้กดปุ่ม Mute บนรีโมทเพื่อปิดภาพชั่วคราวแทนการปิดเครื่อง

หลังจบการประชุมจะต้องปิดเครื่องโดยกดปุ่ม Power บนตัวเครื่องหรือบนรีโมทเท่านั้น ห้ามปิด Main Switch หรือยก Breaker หน้าห้องประชุมเด็ดขาด เพราะการทำดังกล่าวจะทำให้อายุการใช้งานหลอดภาพลดลงโดยที่ท่านไม่รู้ตัว และก่อนถอดสาย Power ออกเพื่อเก็บเครื่องลงกระเป๋าจะต้องแน่ใจว่าพัดลมระบายความร้อนหยุดหมุนแล้วเท่านั้น ซึ่ง Projector รุ่นปัจุบันจะใช้เวลาระบายความร้อนหลอดน้อยลงมากโดยที่ไม่ทำให้ท่านเสียเวลารอเหมือน Projector ในอดีต

เรื่องนี้ถูกเขียนใน Projector และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร