อันตรายจากการบริโภคน้ำมันมะพร้าว

จริงๆ แล้ว แม้ว่าจะเป็นไขมันจากธรรมชาติ ไม่ใช่ไขมันจากสัตว์ แต่น้ำมันมะพร้าวจัดรวมอยู่ในกลุ่มของไขมันอิ่มตัว และน้ำมันมะพร้าวยังมีปริมาณไขมันอิ่มตัวมากถึง 80% ซึ่งสูงเป็น 2 เท่าของปริมาณไขมันอิ่มตัวที่พบในไขมันหมู และมากกว่า 60% ของปริมาณไขมันที่พบในมันเนื้อ ดังนั้นหากบริโภคในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย (มากกว่า 30% ของพลังงานที่ร่างกายต้องการทั้งหมด หรือราวๆ ไม่เกิน 700 กิโลแคลอรี่ หรือไม่ถึง 100 กรัมต่อวัน) อาจมีผลเสียทำให้ไขมันเลวในร่างกายสูงขึ้น ทำให้เป็นโรคหัวใจหลอดเลือดมากขึ้น เช่นเดียวกับไขมันอิ่มตัวอื่นๆ ได้

นอกจากนี้ รายงาน หรือบทความหลายชิ้นที่พยายามหาประโยชน์ในด้านการลดน้ำหนักจากน้ำมันมะพร้าว ก็ยังไม่น่าเชื่อถือมากพอจนสามารถนำมายืนยันถึงประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวในด้านนี้ได้จริง ในปัจจุบันจึงยังไม่หลักฐานใดๆ ที่ชี้ชัดว่า น้ำมันมะพร้าวสามารถลดน้ำหนักได้

นอกจากมีกรดไขมันอิ่มตัวสูงแล้ว น้ำมันมะพร้าวยังกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่ำ และหากทานในปริมาณมาก ยังเสี่ยงอาการท้องเสียอีกด้วย

อันตรายจากน้ำมันมะพร้าวไม่ได้มีแค่การบริโภค เพราะมีคนจำนวนไม่น้อย ที่มีความเชื่อว่า “น้ำมันมะพร้าวสามารถฆ่าเชื้อโรคได้” จึงมีการใช้น้ำมันมะพร้าวมากลั้วคอ กลั้วปาก แทนการใช้น้ำยาบ้วนปาก โดยเชื่อว่าช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในปากได้ ลดการเกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และโรคต่างๆ ในช่องปากได้ ความเชื่อในเรื่องนี้มาจากการทดลองในห้องปฏิบัติการที่ทดลองนำกรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวมาฆ่าแบคทีเรียในจานเพาะเชื้อได้ แต่การทดลองในครั้งนี้ยังเป็นหลักฐานที่ยังไม่น่าเชื่อถือ และเคยทำการทดลองแค่กับสัตว์ทดลองเท่านั้น ยังไม่เคยทดลองกับคนจริงๆ จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าน้ำมันมะพร้าวสามารถลดแบคทีเรีย หรือเชื้อโรคต่างๆ ได้จริง นอกจากนี้การกลั้วคอด้วยน้ำมันมะพร้าว ยังเสี่ยงต่อโรคปอดอักเสบได้อีกด้วย ในเรื่องนี้ได้รับการอธิบายจาก นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เอาไว้ว่า การกลั้วคออาจทำให้น้ำมันมะพร้าวที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก และมีน้ำหนักเบา ไหลลงสู่คอหรือเล็ดลอดเข้าไปในปอด กลายเป็นสิ่งแปลกปลอมในปอดจนทำให้ปอดอักเสบได้ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้น้ำมันมะพร้าวกลั้วคอโดยเด็ดขาด

เรื่องนี้ถูกเขียนใน น้ำมันมะพร้าว และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร